ผู้เขียน หัวข้อ: ว่าด้วยเรื่องการโอนรถด้วยตัวเอง (พร้อมชุดโอนลอย)  (อ่าน 32829 ครั้ง)

แบะเบิร์ดแห่งชาติ

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 58
  • Karma: +4/-0
  • แบะเบิร์ดแห่งชาติ
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีคัฟพี่น้อง วันนี้ผมจะเอาประสบการณ์การโอนรถแบบมึนๆ มาเล่าสู่กันฟังคัฟ เป็นการโอนสิทธิ์จากเจ้าของเดิม มาเป็นชื่อของผมตามทะเบียนบ้านคัฟ โดยมีชุดโอนลอยที่เค้าเรียกขานกัน อันประกอบไปด้วย หนังสือมอบอำนาจ ใบโอน สำเนาบัตรประชาชน ของทั้งผู้โอน และผู้รับโอน การโอนครั้งนี้ผมไปโอนที่กรมขนส่งทางบกเขตจตุจักรคัฟ เพราะเจ้าของเดิมแจ้งโอนใช้รถที่นั่นคัฟ

เหนือสิ่งอื่นใด ผมขอขอบคุณพี่น้องในกลุ่ม blackbird สำหรับคำแนะนำ และทุกกำลังใจที่เป็นแรงผลักดันให้การโอนรถครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ ฮ่า ฮ๋า มาเริ่มกันเลยนาคัฟ

1.เตรียมเอกสารและเช็คความถูกต้องก่อนเลย
วันที่ผมไปทำนั้นผมมีเวลาการเตรียมตัวประมาณ 1 อาทิตย์คัฟ วันที่ไปแจ้งโอนเป็นวันที่ทั่วโลกเค้าบอกว่าโลกจะแตกพอดีคือวันที่ 21 ธันวาคม 2012 ซึ่งมันก็แตกจริงๆคัฟ (ร้อนตับแตกนะ) สิ่งต้องเช็คให้แน่ใจมีดังนี้คัฟ
- รถทะเบียนแน่หรือเปล่า???  จะตรวจสอบจากไหน? ในกรณีผมดีหน่อยคัฟ เพราะเป็นรถที่รับต่อมาจากเพื่อน เพื่อนดีย่อมสบายไปสิบหกอย่าง ฮ่า ฮ่า อย่างน้อยมันจริงใจกะเรา ไม่โกหกเรา
- รายละเอียดเลขคอ เลขเครื่องในเล่มทะเบียนคัฟ เช็คก่อนเลยว่าถูกต้องตรงกับเล่มทะเบียนหรือเปล่าเพื่อความสบายใจ เราทำอะไรให้ถูกต้องดีกว่าคัฟ ระยะยาวมันดีกว่าเยอะ
- เล่มทะเบียนรถ สมุดจดทะเบียนรถ เรียกไม่ถูกเหมือนกัน เอาเป็นว่าเล่มเขียวๆ ที่มีรายละเอียดรถเราหน่ะคัฟ
- หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของให้ดำเนินการแทน (ขอที่ขนส่งได้คัฟ หรือตามสถานที่ราชกาล ถ้าไม่มีจริงๆหาใน internet น่าจะมี)
- ใบโอนรถ (ขอที่ขนส่ง หรือหาโหลดได้เช่นกัน)
- สำเนาบัตรประชาชน ทั้งผู้โอน และผู้รับโอนคัฟ ใช้แนบคู่กับหนังสือมอบอำนาจ และใบโอนรถ ในกรณีของผมเจ้าของเก่าโอนลอยมาเพื่อให้ไปจัดการโอนเองคัฟ


2.เดินทางสู่กรมขนส่งสำนักงานเขตจตุจักร
แนะนำไปแต่เช้านาคัฟ เพราะไปช้าอาจจะเกิดปรากฎการณ์ร้อนตับแตกได้ ไปรอก่อนก็ยังดีคัฟ เพราะร้อนก็ร้อน รถติดอีกต่างหากเฮ้ออออออออ
- เข้าประตูทางเข้ามาทางซ้ายมือ จะพบกับอาคาร 2 อาคารนั้นเปรียบเสมือนตึกอำนวยการแบบเบ็ดเสร็จคัฟ ทำทุกอย่างในนั้น โอนทะเบียน ต่อภาษี ครบวงจรเลย แต่จากประตูเข้ามาให้มองไว้คัฟ ยังไม่ต้องเข้าไปในอาคาร 2 นาคัฟ เพราะว่าเราต้องไปตรวจสภาพรถก่อนที่อาคาร 4 ชั้น 1


ผมด้วยความที่ไม่รู้ ไปจอดก่อนเลยอาคาร 2 สุดท้ายโดนไล่ให้ไปตรวจสภาพรถก่อนทำเรื่องโอนคัฟ
และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น  เจ้าแบะเบิร์ดผมดับกลางขนส่งซะงั้น!! เวงกัง ทำยังไงหล่ะเนี่ย เพราะด้วยสภาพรถติด อากาศร้อนจัด เจ้านกผมเลยงอแงซะงั้น ตัวคนเดียวซะด้วยผม เจ้าอาคาร 4 ก็อยู่ซะข้างใน เอาว่ะ!! เข็นไปตรวจก็ได้วะ ก็ออกแรงเข็นจากอาคาร  2 ไปอาคาร 4
แต่!!!! ประเทศไทยไม่สิ้นคนมีน้ำใจ มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างใจดีคัฟ ช่วยยันให้ผมเพื่อสตาร์ทรถ เพื่อขี่ไปตรวจสภาพที่อาคาร 4 แถมบอกทางเข้าเรียบร้อยเลย ผมขอขอบคุณวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่บริการประชาชนอยู่ในนั้นจากใจคัฟ

3.ตรวจสภาพรถ
จุดนี้เป็นจุดที่ผมหวาดผวาที่สุด หลังจากที่รถสตาร์ทติด ก็ขี่เลยจากอาคาร 2 เข้าไปจนสุดจะเจออาคาร 4 อยู่ขวามือ ให้กลับรถแล้วเข้าไปหาจุดตรวจสภาพรถคัฟ


ผมขี่มึนๆ เข้าไปเกิดความสงสัย ทำมัยมีแต่รถยนต์ฟ่ะ สุดท้ายก็ได้คนแถวนั้นแหละคัฟบอก ผมดันเข้าไปช่อง 5 ที่เค้าตรวจสภาพรถยนต์

 ช่องตรวจสำหรับรถยนต์มีไว้บริการหลายช่องทางมาก ให้ขี่ผ่านช่องตรวจสภาพรถยนต์ไปเลยคัฟผมขี่ผ่านช่อง 5 เข้าไปคัฟก็จะเจอจุดตรวจสภาพรถจักรยานยนต์


พอใกล้ถึงจุดตรวจหัวใจเริ่มเต้นแรง คำพูด คำแนะนำของคนรอบข้างเริ่มเข้ามาในหัวสมอง
“เลขคอตอกมาหรือเปล่า เค้ายึดรถนะ”
 “เครื่องตอกมาหรือเปล่า เค้ายึดรถเลยนะ”
 “เล่มทะเบียนสวมมาหรือเปล่า เค้าล๊อกเล่มเลยนะ”
 “รถท่อดังไปหาท่อเดิมใส่ เค้าจะไม่ให้ผ่านนะ”
 “รถแต่งระวังไว้เถอะมึง เค้าจะหาเรื่องให้ง่าย”
 “มึงเตรียมจ่ายใต้โต๊ะไว้เลย รถสภาพมึงไม่ผ่านหรอก”
“สีในเล่มทะเบียนมึงเขียนสีน้ำตาล แต่รถมึงสีเทา มึงโดนแน่”

และอะไรอีกมากมาย

สุดท้ายผมดันดับเครื่อง และก็สตาร์ทไม่ติดอีกครั้ง อันนี้แหละคัฟ เวงงงงงของจิง ในใจคิดเลยว่า “กรูซวยแน่ๆ รถสตาร์ทไม่ติด” เพราะร้อนจัด ทันในนั้นเจ้าหน้าที่มองมาที่ผมเขม็งแล้วพูดว่า “น้อง น้อง เข็นมาตรงนี้และดับเครื่องด้วยครับ”  ฮ่า....ใจเริ่มชื้นขึ้น ผมเข็นรถที่สตาร์ทไม่ติดจับตั้งขาตั้งกลาง ณ จุดตรวจ เจ้าหน้าที่บอกต่ออีกว่า “ยื่นเอกสารหรือยังครับ ถ้ายังไปที่โต๊ะทางด้านข้างเพื่อตรวจสอบเอกสารเลยครับ” เท่านั้นแหละ ใจผมมาแล้วคัฟ ไม่กลัวอะไรแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ผมเดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ยื่นเอกสารทุกฉับที่มี (ที่ผมบอกไว้ที่ข้อ 1) เค้าก็หยิบไปแม๊กรวมกันพร้อมทั้งให้กระดาษใบสีฟ้ามาให้ผม


ผมรับมาพร้อมกับยืนมองรถที่เจ้าหน้าที่เริ่มเดินวนดู เจ้าหน้าที่มองไปที่คอรถ เอากระดาษขูดเลขคอแล้วแปะไปที่เอกสาร ก้มลงดูหมายเลขเครื่องยนต์

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ตรงมาที่ผมแล้วบอกว่า “น้อง น้อง รถคันนี้ซื้อมาเท่าไหร่” ผมก็ตอบไปว่า “รับต่อมาจากพี่ชายครับ” เจ้าหน้าที่ก็ให้ผมถือเอกสารไปอีกโต๊ะนึงตอนนั้นเค้าเอาเอกสารทุกอย่างในมือผมไป ขั้นตอนนี้น่าจะเป็นขั้นตอนการประเมินราคารถ จากจุดนั้นเค้าเหลือไว้แต่ใบสีฟ้า แล้วให้ผมไปรอที่ห้องหมายเลข 9 เพื่อรอเรียกตรงข้ามกับจุดตรวจสภาพรถจักรยานยนต์


ห้องหมายเลข 9 นั้นเข้ามาอากาศเย็นสบาย มี TV ให้ดู มีคนนั่งรออยู่ในนั้นเหมือนกัน มีเจ้าหน้าที่คู่กับคอมพิวเตอร์

ใจผมคิดว่า ต้องเป็นห้องนี้แน่ๆ ที่ตรวจสอบความถูกต้องของเล่มทะเบียน ซักพักก็มีเจ้าหน้าที่จากจุดตรวจสภาพรถ ถือเอกสารจากจุดตรวจสภาพเข้ามายื่นให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในห้องนั้น ซักแป๊ป เค้าก็เรียกเหมือนเรียกบัตรคิว หมายเลขก็อยู่ในใบสีฟ้าๆ นั่นแหละคัฟ

คนที่รออยู่หน้าผมก็ถูกเรียกด้วย เรียกเพื่ออะไรหน่ะเหรอ? ก็เรียกให้ไปเอาใบที่ผ่านการตรวจสภาพรถแหละคัฟ ใครได้รับเอกสารจากจุดนี้ ก็มั่นใจได้เลยคัฟว่า รถผ่านการตรวจสภาพแล้ว หลังจากรับเอกสารเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจุดต่อไปที่ต้องไปต่อคือ อาคาร 2 ชั้น 1 ก็คือตรงที่เราผ่านมาครั้งแรกคัฟ

และแล้วก็ออกจากห้องหมายเลข 9 เดินตรงไปที่รถ แล้วก็เข็นคัฟ เข็นไปโรงอาหารด้านข้างเพื่อรอให้รถหายร้อน กินข้าวซักจาน น้ำซักแก้วนึง ระหว่างกิน เอาเอกสารที่เค้าให้คืนมา เหลือบเห็นตรงมุมบนซ้ายของเอกสาร เขียนว่าราคาประเมินรถ 300,000 บาท ถ้วน โอ้วววววววววว พระเจ้าช่วยกล้วแขก!! มันอะไรกัน??????? แทบช๊อคคค รถสภาพผมราคาสามแสน

สอบถามได้ความว่ามันเหมือนเป็นราคาการประเมินของกรมขนส่งคัฟ ขนาดผมบอกว่ารับต่อมาจากพี่ชายนะนั่น แต่ก็โอเคไม่เป็นไร พอกินข้าวเสร็จ ก็ตรงไปเจ้านก แล้วลองสตาร์ท ชึ่งเดียวติดเหมือนเดิม คราวนี้สบายใจละ แสดงว่ารถน่าจะร้อนจริงๆ หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่อาคาร 2 เพื่อยื่นเรื่องในขั้นตอนต่อไป

4. ยื่นเอกสาร ณ อาคาร 2 ชั้น 1

มาถึงหน้าอาคาร 2 หาที่จอดเลยคัฟ ที่จอดมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าอาคารเลย ตอนนั้น 9 โมงก่าๆ แดดเปรี้ยงเลย ประเทศไทยทำไมถึงร้อนได้ถึงขนาดนี้ ผมก็จอดรถให้ตากแดดอยู่งั้นแหละ ข้างๆผมเป็น CB1300 ทะเบียนจอดอยู่คิดว่าคงทำการซื้อขาย ณ ขนส่งเหมือนกัน ลืมถ่ายรูปมา หลังจากนั้นเข้าอาคารมาเลยข้างนอกร้อน ผ่านประตูทางเข้าอาคารมา แอร์เย็นฉ่ำ ให้ตรงดิ่งไปที่ประชาสัมพันธ์เลยคัฟ เข้ามาสถานที่ราชการก็คงเจออะไรที่น่าเบื่อ พูดจาไม่ได้ ต้องอ่อนน้อม เอ้า!! ช่างมันมาครั้งเดียว ก็ตรงเข้าไปเลย แจ้งเค้าว่ามาโอนทะเบียนคัฟ และเหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องฉงนก็เกิดขึ้นอีก วันนั้นมีเจ้าหน้าที่ผู้ชายเป็นคนดูแล เค้าพูดขึ้นว่า “สวัสดีครับพ่อหนุ่ม ชื่ออะไร” ผมก็บอกชื่อเค้าไป “น้องเหมี่ยว น้องเหมี่ยวเอาเอกสารมาให้พี่ดูหน่อย จะโอนใช่มั้ยครับ ภาษีขาดต่อไปเลยมั้ย ทำพรบ.เลยหรือเปล่าให้พี่ดูซิ ภาษีไม่ขาดนี่  งั้นน้องเหมี่ยวทำเรื่องได้เลย อ่อ...เรายังเซ็นชื่อไม่ครบนะ เราต้องเซ็นชื่ออีกสองจุด และติดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจด้วย ตรงธุรการทางด้านหลังมีขาย น้องเหมี่ยวเอาเอกสารไปเซ็นและติดอาการมาให้เรียบร้อย แล้วกลับมาหาพี่ ” เท่านั้นแหละ ผมมึนออกมาเลยคัฟ โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว.....ข้าราชการไทยสมัยนี้ตื่นตัว ไม่น่าเบื่อ อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแล้ว

ผมตรงไปที่ตรงธุรการซึ่งอยู่เยื้องๆกันทางด้านหลัง เดินไปซื้ออาการแสตมป์ 5 บาท 2 ดวง ราคา 10 บาท แล้วก็เซ็นชื่ออีกสองจุดที่เจ้าหน้าที่บอก แล้วกลับไปหาเค้าอีกครั้ง พี่เจ้าหน้าที่เค้าก็บอกว่า “มา...น้อง เซ็นเสร็จตามที่พี่บอกแล้วใช่มั้ย ไหนมาดูซิ โอเคทุกอย่างเรียบร้อย จะไม่ต่อทะเบียนไปเลยเหรอ ต่อได้นะ” ผมก็ต่อไปว่า “ต่อไปคงไปต่อแถวบ้านจะสะดวกกว่าครับ” พี่เจ้าหน้าที่ต่อไปว่า “อ่อ!! ใช่สิเนอะ วันนี้คนเยอะ ทำตรงอื่นน่าจะเร็วกว่าที่นี่ ไม่เป็นไร น้องไปทางด้านขวาไปนั่งรอช่องที่ 5-8 นะ รอเรียกคิวนะครับ โชคดีครับ” เป็นไงหล่ะ....ผมไม่ได้อยู่สถานที่ราชกาลใช่มั้ยเนี่ย สำนักงานเอกชนบางแห่งที่ผมเคยเจอ ยังไม่ได้ครึ่งนึงของที่นี่เลย ผมประทับใจ ณ จุดประชาสัมพันธ์ตรงนี้มากมาย หลังจากนั้นผมตรงไปนั่งรอ ณ จุดต่อไปซึ่งอยู่ขวามือใกล้ๆกัน


5. จุดชำระค่าธรรมเนียม

จุดชำระค่าธรรมเนียมก็จะมีที่นั่งรอ พร้อมกับแอร์เย็นฉ่ำคัฟ นั่งรอซักแป๊ปก็เรียกคิวแล้วคัฟ ไปหน้าเคาน์เตอร์  สิ่งที่ต้องเตรียมก็ค่าธรรมเนียม เผื่อๆไว้ เจ้าหน้าที่ก็ขอเอกสารทั้งหมดพร้อมกับบัตรคิว  เจ้าหน้าที่ก็จะถามคัฟ “ทะเบียนโอนเป็นชื่อน้องใช่มั้ย เจ้าของไม่ได้มาโอนเองใช่หรือเปล่า” ผมก็ตอบว่า “ใช่ครับ” ผมก็ถามเจ้าหน้าที่ตรงนั้นเพราะฉงนใจกับราคาประเมินไปว่า “พี่ครับทำไมราคาประเมินรถผมเยอะจัง” ก็ได้คำตอบว่า “แหม..น้องรถตั้งพันซีซี ดูคันก่อนหน้าประเมินสองแสนเอง คงตามซีซีแหละ” สรุปเสียค่าใช้จ่ายตรงเคาน์เตอร์นั้นทั้งหมด 1650 บาท หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะให้มานั่งรอเล่มทะเบียน ผ่านไปประมาณสิบนาที เจ้าหน้าที่ก็เรียกเลยคัฟ “เจ้าของรถ HONDA คุณ......” ผมก็ไปรับพร้อมกับใบเสร็จรับเงิน

เจ้าหน้าที่ยังแจ้งอีกว่า คราวหน้าถ้ามีการโอน ไม่ต้องมาที่นี่แล้ว ให้ไปขนส่งตามทะเบียนบ้านของน้อง
หลังจากนั้นผมก้าวออกมาจากขนส่งอย่างอิ่มเอิบใจ และมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า รถผมทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย สามารถโอนที่ขนส่งได้แน่นอน หลังจากนี้ผมจะทำเจ้าแบะเบิร์ดของผมให้มันสมบูรณ์ เพื่อที่ระหว่างที่อยู่กะผมจะได้ไม่งอแงมาก ผมมุ่งหน้าฝ่ารถติดไปที่ร้านประจำ คือร้านช่างเปี๊ยกตรวจสอบว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ พร้อมกับเปลี่ยนยางทั้งคู่ เพื่อทริปที่จะเกิดขึ้นกับเพื่อนที่มีความชอบเหมือนกันต่อไป




จบแล้วครับประสบการณ์แบบมึนๆ งงๆ ของผม ในที่สุดทุกอย่างก็ถูกต้อง ผิดพลาดประการใดในเนื้อหา ท่วงท่า และคำพูด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้คัฟ หวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้หลายๆทั่นอุ่นใจได้บ้างนาคัฟ

ขอบคุณที่อ่านกันจนจบนาคัฟ
แบะเบิร์ดสัญชาติไทย...

Roat

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
  • Karma: +2/-0
    • ดูรายละเอียด
เยี่ยมเลยครับ ของผมมีแต่จ้างๆๆๆๆ ขนาดใบขับขี่หมดอายุยังไม่มีเวลาไปเองเลย ถ้าจ้างได้คงทำแล้วหล่ะ :'(

bkkpixel

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณ สำหรับข้อมุลดีๆๆ นะครับ สุดยอดครับ :)

My Blackbird

  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 87
  • Karma: +1/-0
  • My Blackbird
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณประสบการณ์ดีดีที่นำมาแชร์กันนะครับ  ;)
My Blackbird community Thailand